FabLearn Lab คืออะไร?

ดรุณสิกขาลัย โรงเรียนนวัตกรรมแห่งการเรียนรู้

DSIL FabLearn Lab เป็นหนึ่งในกิจกรรมโครงการความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี Stanford University ประเทศสหรัฐอเมริกา DSIL FabLearn Lab เป็นนวัตกรรมด้านการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการสร้างสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมโดยใช้เครื่องมือดิจิตอลในการสร้าง Rapid Prototype ได้แก่ เครื่องพิมพ์เลเซอร์คัทเตอร์ เครื่องพิมพ์สามมิติ เครื่องพิมพ์ไวนิล (Vinyl) และอุปกรณ์การประดิษฐ์อื่นๆ ทั้งอุปกรณ์ช่าง งานไม้ และอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์ เป็นต้น การประดิษฐ์นวัตกรรมในห้อง FabLab (Fabrication Laboratory) นี้ ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ได้อย่างเป็นรูปธรรม และทำให้ความรู้คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์มีความน่าสนใจยิ่งขึ้น โดยใช้ความรู้ด้าน STEM (Science, Technology, Engineering and Mathematics) สร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองผ่านการสร้างสิ่งประดิษฐ์

DSIL FabLearn Lab นี้ เป็น FabLab (Fabrication Lab) แห่งแรกในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชีย ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2556 เปิดให้บริการที่อาคารสถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้ ชั้น 10 โรงเรียนดรุณสิกขาลัย โดยเป็นหนึ่งในศูนย์การเรียนรู้ภายในโรงเรียนที่ส่งเสริมการเรียน STEM ผ่านการสร้างนวัตกรรม ปัจจุบันเปิดทำการเรียนการสอน FabLab Class เพื่อปูพื้นฐานการเป็นนักประดิษฐ์และเป็นศูนย์การเรียนรู้สนับสนุนการเรียนรู้ผ่านโครงงานในห้องเรียนของดรุณสิกขาลัย และจัดการฝึกอบรมด้านการออกแบบและการประดิษฐ์ด้วยเครื่องมือ Digital Fabrication และกระบวนการ Design Thinking เพื่อพัฒนาการการเรียนรู้ หากสนใจเยี่ยมชมห้องแล็ป ติดต่อได้ที่โรงเรียนดรุณสิกขาลัย

“เราอยากให้เด็กๆ มาโรงเรียนด้วยความคิดว่า “ฉันจะมาสร้างอะไรที่โรงเรียนดีนะวันนี้”
เด็กๆ ควรจะเข้าใจว่าวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์นั้นไม่ได้มีเพียงแค่การท่องจำสูตรหรือตำรา
แต่วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์นั้น จะช่วยให้เขาแสดงความคิด จินตนการของเขาออกมาเป็นรูปธรรมได้”

– ดร. เปาโล บลิกสไตน์ (2013) –

FabLearn Lab มีจุดเริ่มต้นมาจากแนวคิด Fabrication Lab หรือ FabLab ของศาสตราจารย์ Neil Geschenfeld แห่งมหาวิทยาลัย MIT ซึ่งได้สร้าง FabLab ขึ้นสำหรับสร้างประสบการณ์การเป็นผู้ผลิตชิ้นงานและผู้ประกอบการให้กับนักศึกษาและบุคคลทั่วไป ให้สามารถเรียนรู้การสร้างสรรค์ชิ้นงานต่างๆ ได้ แม้ไม่ได้มีพื้นฐานทางด้านวิศวกรรมมาก่อน ซึ่งแนวคิดนี้เป็นที่นิยมเกิด FabLab ขึ้นอย่างแพร่หลายในทวีปอเมริกาเหนือและยุโรป และเป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันให้เกิดกระแส Maker อย่างรวดเร็วในประเทศต่างๆ ดังจะเห็นได้จากงาน Maker Faire ที่ได้มีการจัดขึ้นทั้งในประเทศสหรัฐเมริกา ยุโรป และเอเชีย รวมไปถึงประเทศไทย
ในปี พ.ศ. 2552 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. Paulo Blikstein แห่ง Graduate School of Education มหาวิทยาลัย Stanford ได้นำแนวคิด FabLab มาปรับใช้กับสถานศึกษา และตั้งโครงการ FabLearn Lab ขึ้นมา โดยมุ่งใช้งานกับนักเรียนในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา จากมุมมองด้านการศึกษานั้น การที่เทคโนโลยี Fabrication ช่วยให้เปลี่ยน “ความคิด” หรือ “ความฝัน” ออกมาเป็นความจริงที่จับต้องได้ง่ายนั้น เป็นโอกาสทางการเรียนรู้ที่สำคัญ สามารถใช้เป็นโอกาสพัฒนาเยาวชนให้มีอุปนิสัยของนวัตกรที่คิดได้ทำได้ ลักษณะสำคัญของ FabLearn Lab ที่เพิ่มเติมเข้ามาจาก FabLab เดิมคือการให้ความสำคัญกับกระบวนการ “ในระหว่าง” ที่สร้างนวัตกรรมด้วย ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงที่ผลงานสุดท้ายที่ได้ FabLearn Lab มีการคิดสร้างแนวทางการพัฒนาผู้เรียนตั้งแต่การคิด การวางแผน การทำงานร่วมกับผู้อื่น ไปจนถึงการประเมินผลของงาน รับผลสะท้อนกลับและพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนับเป็นทักษะและศักยภาพในการเรียนรู้ที่สำคัญสำหรับศตวรรษที่ 21 ทั้งสิ้น